เว็บไซต์ท่องเที่ยวคุราชิกิ "เมืองแห่งมรดกญี่ปุ่น KURASHIKI CITY"

 ≫ เมืองแห่งมรดกญี่ปุ่น KURASHIKI CITY
เมืองแห่งมรดกญี่ปุ่น

KURASHIKI CITY

เมืองแห่งมรดกญี่ปุ่น KURASHIKI CITY เมืองแห่งมรดกญี่ปุ่น

เมืองคุราชิกิตั้งอยู่ติดกับทะเลเซโตไนไก มีประชากรประมาณ 480,000 คน เดิมในยุคเอโดะเป็นเมืองพ่อค้า ต่อมาในยุคเมจิเป็นเมืองอุตสาหกรรมเส้นด้าย ระยะหลังนี้เป็นเมืองอุตสาหกรรม และกำลังพัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อีกทั้งมีผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งแม่น้ำทากาฮาชิกาวะและสภาพอากาศอันเงียบสงบของทะเลเซโตไนไก จึงมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งการเกษตรและการประมง
นอกจากนี้ ยังมี “มรดกญี่ปุ่น” ที่ประเทศญี่ปุ่นให้การรับรอง “เรื่องราว” จากจุดเด่นและเสน่ห์เชิงประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นอยู่ถึง 3 แห่ง เป็นจำนวนที่มากที่สุดในประเทศด้วย เชิญมาสนุกกับเสน่ห์ของคุราชิกิกันให้เต็มอิ่ม

3 เรื่องราวมรดกญี่ปุ่นในเมืองคุราชิกิ

เรื่องราวของคุราชิกิที่เริ่มต้นจาก
ดอกฝ้ายเพียงดอกเดียว
เมืองแห่งเส้นด้ายที่สานด้วยความเป็นญี่ปุ่นกับตะวันตก

จากพื้นดินที่ได้มาโดยการกั้นน้ำทะเล มาสู่การเป็นอุตสาหกรรมเส้นด้ายของคุราชิกิ และระหว่างที่กำลังเติบโตขึ้นไปเป็น “เมืองเส้นด้ายอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น” ก็ค่อย ๆ มีบรรยากาศเมืองที่เป็นการผสมผสานระหว่างกลุ่มบ้านพ่อค้าแบบดั้งเดิมกับอาคารตะวันตกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเมจิให้เห็น

พื้นที่ที่มีบรรยากาศแตกต่างออกไป
จากความฝันของเหล่าชายที่ข้าม
ผ่านคลื่นลมอันเกรี้ยวกราด
ดินแดนแห่งท่าเรือสินค้าและหมู่บ้านชาวประมง

คุราชิกิเคยเป็นเมืองท่าสำหรับจอดเรือสินค้า และมีการขนถ่ายนิจินกาซุ (กากปลานิจิน) ที่เอาไว้ใช้เป็นปุ๋ยสำหรับต้นฝ้ายมาจากฮอกไกโด ทำให้เมืองท่าที่นี่คึกคักมาก สามารถสัมผัสกับความเจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้นได้จากบรรยากาศเมืองที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน สิ่งของที่ใช้ถวายศาลเจ้า ฯลฯ

โอกายามะ เมืองต้นกำเนิด
“ตำนานโมโมทาโร่”
เรื่องเล่าของการขับไล่ยักษ์จากร่องร่อยประวัติศาสตร์โบราณของคิบิ

ที่ตอนเหนือของเมืองคุราชิกิมีส่วนหนึ่งของประเทศคิบิในอดีต ซึ่งมีความยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับยามาโตะและอิซูโมะในสมัยนั้น ปัจจุบันยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์เหลืออยู่จำนวนมาก เช่น ร่องรอยประวัติศาสตร์ทาเต็ตสึกิที่ปรากฏในตำนานเกี่ยวกับการขับไล่ยักษ์ สุสานโบราณยาตาโอสึกะ ฯลฯ

มรดกญี่ปุ่น คืออะไร

เรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีของประเทศญี่ปุ่น ผ่านจุดเด่นและเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น ที่ประเทศญี่ปุ่นกำหนดให้เป็น “มรดกญี่ปุ่น” ซึ่งนำไปสู่การใช้ประโยชน์และเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ อย่างครบวงจรเกี่ยวกับกลุ่มทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ทั้งที่จับต้องได้และไม่ได้